ญี่ปุ่นเปิดเกมลงทุนรอบใหม่ บิ๊กค่ายรถแห่อัดการลงทุนเพิ่ม
ญี่ปุ่นเปิดเกมลงทุนรอบใหม่ ยกระดับฐานผลิตไทยสู่เทคโนโลยีขั้นสูง บิ๊กค่ายรถแห่อัดการลงทุนเพิ่ม
การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยกำลังเข้าสู่ “รอบใหม่” จากฐานการผลิตที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ สู่การลงทุนเพื่อยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโลก โดยตัวเลขการลงทุนสะท้อนทิศทางดังกล่าวอย่างชัดเจน
ซึ่งปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 302 โครงการ มูลค่ากว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน
และเป็นหนึ่งในปีที่มียอดลงทุนสูงสุดของญี่ปุ่น การลงทุนดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการขยายฐานลงทุนญี่ปุ่นในไทย และตอกย้ำภาพ “ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สอง” ของนักลงทุนญี่ปุ่น
พันธมิตรสำคัญของฐานอุตสาหกรรมไทย แม้ช่วง"เปลี่ยนผ่าน"
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนที่สำคัญของไทยมาอย่างยาวนาน และมีบทบาทสำคัญในการสร้างฐานอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานของประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักร แต่ปัจจุบันการลงทุนของญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ รวมถึงการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลก
เมื่อดูรายอุตสาหกรรม พบว่า
- ยานยนต์และชิ้นส่วน มูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 28,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% จากปีก่อน
- อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 19,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76%
- เกษตรและอาหาร 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54%
- โลจิสติกส์และบริการ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อนหน้า
นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นการลงทุนที่หลากหลายขึ้นในกิจการดิจิทัล รวมถึงอุตสาหกรรมอากาศยานและชิ้นส่วน ซึ่งการลงทุนเพิ่มขึ้นมากอย่างชัดเจน สะท้อนการยกระดับฐานอุตสาหกรรมเดิม ควบคู่กับการต่อยอดสู่กิจการที่ใช้เทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ญี่ปุ่นปรับทัพลงทุน รับการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจของหอการค้าญี่ปุ่น (JCC) ประจำครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งมีบริษัทตอบแบบสำรวจ 504 บริษัท ผลสำรวจพบว่า บริษัทญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการรักษาและยกระดับฐานธุรกิจในประเทศไทย โดยบริษัทญี่ปุ่น 23% มีแผนเพิ่มการลงทุนในไทยในปี 2569 ขณะที่ 48% คาดว่าจะรักษาระดับการลงทุนเดิมไว้
เมื่อพิจารณารูปแบบการลงทุน พบว่าบริษัทญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของฐานการผลิตเดิม โดยเฉพาะ
- การลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรทดแทนเครื่องเดิม
- การใช้พลังงานสะอาด
- การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากขึ้น
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น
ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า บริษัทญี่ปุ่นยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ค่ายรถญี่ปุ่นเร่งลงทุน รับรถยนต์ยุคใหม่
ความเชื่อมั่นดังกล่าวสะท้อนชัดเจนผ่านโครงการลงทุนสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์
- อีซูซุ ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับฐานการผลิตรถกระบะในไทยด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ การใช้พลังงานสะอาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับมาตรฐาน Euro 6
- มาสด้า ภายใต้บริษัทร่วมทุนออโต้อัลลายแอนซ์ ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนกว่า 7,400 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงงานให้รองรับการผลิตรถยนต์ Mazda รุ่นใหม่แบบ MHEV โดยมาสด้าเลือกไทยเป็นฐานการผลิตหลัก เพื่อจำหน่ายในไทยและส่งออกไปยังญี่ปุ่นและอาเซียน
- มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าพบนายกรัฐมนตรีและประกาศแผนลงทุนในไทยเพิ่มเติมอีก 16,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พร้อมใช้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ All New Pajero เพื่อจำหน่ายในไทยและส่งออกทั่วโลก
- ขณะที่ ฮอนด้า ประกาศเตรียมลงทุนเพิ่ม 12,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 เพื่อขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์โมเดลใหม่ 2 รุ่น ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศเดียวนอกญี่ปุ่นที่ฮอนด้าผลิตรถยนต์รวม 8 รุ่น
ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าไทยยังเป็นฐานผลิตสำคัญและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกในอนาคต
ซัพพลายเชนยานยนต์ ขยับสู่เทคโนโลยีใหม่
การลงทุนในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ ยังขยับไปสู่ชิ้นส่วนสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ โดยแอสเตโม ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 3,500 ล้านบาท เพื่อผลิตอุปกรณ์สำคัญในระบบควบคุมและแปลงกำลังไฟฟ้าสำหรับระบบขับเคลื่อนของยานยนต์ไฟฟ้า หรือ PCU Inverter ขณะที่ ไอซิน พาวเวอร์เทรน ลงทุนผลิตระบบส่งกำลังสำหรับรถยนต์ไฮบริด หรือ Hybrid Transmission
สะท้อนการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นตั้งแต่ระดับโรงงาน รถยนต์รุ่นใหม่ ไปจนถึงชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์
อิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่น เร่งลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นอีกอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ่นขยายการลงทุนอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีสูง
มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ ลงทุนผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น Multilayer Ceramic Capacitor หรือ MLCC ซึ่งใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและยานยนต์
ขณะที่ พานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง อยุธยา ลงทุนผลิตวัสดุต้นน้ำสำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Prepreg และ Copper Clad Laminate หรือ CCL โดยโรงงานแห่งใหม่จะเป็นฐานผลิตวัสดุ “MEGTRON” แห่งแรกในอาเซียน รองรับการเติบโตของดิจิทัลและ AI
ขยายลงทุนสู่กิจการมูลค่าเพิ่มสูง
นอกจากอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์แล้ว บริษัทญี่ปุ่นยังขยายการลงทุนในกิจการที่ใช้เทคโนโลยีและมีมูลค่าเพิ่มสูงอีกหลายอุตสาหกรรม
เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ในเครือ MinebeaMitsumi ลงทุนเพิ่มกว่า 2,600 ล้านบาท เปิดโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดลพบุรี ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูงสำหรับ Airbus และ Boeing
พร้อมยกระดับไทยเป็นฐานการผลิตหลักระดับโลก หรือ Global Core Factory สำหรับธุรกิจการบินของกลุ่ม และจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เกษตรและอาหาร ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
ในกลุ่มเกษตรและอาหาร โตโย ไซกัน ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 2,470 ล้านบาท ผลิตเครื่องดื่มจากพืชผักผลไม้ รวมถึงชาและกาแฟ
ขณะที่ อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น ลงทุน 840 ล้านบาท ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ชีวภาพเหลว โดยใช้เทคโนโลยี Carbon Capture and Utilization หรือ CCU ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการหมักวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม
สะท้อนการต่อยอดฐานเกษตรและอาหารของไทยไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ครึ่งแรกปี 2569 ญี่ปุ่นยังเดินหน้าลงทุนไทย
ล่าสุดในช่วงครึ่งแรกปี 2569 นักลงทุนญี่ปุ่นยังคงยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จำนวน 123 โครงการ มูลค่า 32,790 ล้านบาท ตอกย้ำว่าญี่ปุ่นยังเลือกไทยเป็นฐานลงทุนหลัก
ขณะที่บีโอไอจะเดินหน้าสนับสนุนทั้งการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพฐานการผลิตเดิม รวมทั้งการลงทุนในสาขาใหม่ ๆ โดยเฉพาะ
- กิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
- กิจการในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- การวิจัยและพัฒนา
- การจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย หรือ Regional Headquarters
ปัจจุบันกิจการสำนักงานภูมิภาคที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ กว่า 40% มาจากประเทศญี่ปุ่น
“ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สอง” ของญี่ปุ่น
นายนฤตม์ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนที่สำคัญของไทยมายาวนาน และมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อเนื่องในอนาคตฐานการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังปรับตัวและยกระดับไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก
บีโอไอให้ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนทั้งการยกระดับกิจการเดิมและการลงทุนในสาขาใหม่ ๆ เพื่อให้บริษัทญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ เทคโนโลยี และซัพพลายเชนสำหรับภูมิภาคและตลาดโลก และเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทยอย่างยั่งยืน
จากฐานการผลิตที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ วันนี้การลงทุนญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าเข้าสู่รอบใหม่และยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มผลิตภาพ และขยายสู่ธุรกิจมูลค่าเพิ่มสูง จึงมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยจึงยังคงเป็นฐานสำคัญของนักลงทุนญี่ปุ่น ทั้งในอุตสาหกรรมเดิมและกิจการแห่งอนาคต
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB